เกียร์อัตโนมัติ

เกียร์อัตโนมัติ
เกียร์อัตโนมัติประกอบไปด้วย
ทอร์คคอนเวอร์เตอร์, ชุดแพลนเนตตารี่
เกียร์ และระบบควบคุมไฮดรอลิค
ซึ่งจะใช้แรงดันไฮดรอลิคในการเปลี่ยน
เกียร์ให้สอดคล้องกับความเร็วรถ,
มุมเปิดคันเร่ง และตำแหน่งคันเกียร์โดย
อัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่จำเป็นต้อง
เปลี่ยนเกียร์เหมือนในเกียร์ธรรมดา
อีกทั้งไม่ต้องมีคลัตช์และยังใช้คอมพิวเตอร์
กำหนดการเปลี่ยนเกียร์ให้สอดคล้องกับ
สภาพการขับขี่โดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับ
อีกด้วย เรียกระบบนี้ว่า”ระบบเกียร์ควบคุม
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (ECT)

เกียร์อัตโนมัติ
เกียร์อัตโนมัติแบบควบคุมด้วย
ไฮดรอลิค
โครงสร้างของระบบนี้ จะคล้ายกับ ECT
แต่อย่างไรก็ตาม กลไกควบคุมการ
เปลี่ยนเกียร์จะอ้างอิงกับความเร็วรถ
โดยจับสัญญาณจากกัฟเวอร์เนอร์วาล์วและ
คันเร่ง โดยรับสัญญาณจากการเคลื่อนที่
ของสายคันเร่ง

ทอร์คคอนเวอร์เตอร์
ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ของเกียร์อัตโนมัติจะ
ถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ไปยังเกียร์
โดยอาศัยแรงดันน้ำมันเกียร์ หลักการ
ทำงานของทอร์คคอนเวอร์เตอร์
เปรียบเทียบเหมือนพัดลม 2 ตัวที่หันหน้า
เข้าหากัน โดยตัวหนึ่งพัดลมเข้าไปหมุน
อีกตัวหนึ่ง การหมุนของปั๊มอิมเพลเลอร์
จะใช้กำลังเหวี่ยงจากศูนย์กลางที่น้ำมัน
เกียร์ซึ่งส่งกำลังไปยังเทอร์ไบน์รันเนอร์
ข้อแนะนำ:
นอกจากนี้ ยังมีทอร์คคอนเวอร์เตอร์
ชนิดที่มีกลไกต่อตรงเพื่อส่งกำลังแบบ
กลไกได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน อันเกิดขึ้น
จากการทำงานของคลัตช์ที่สับเปลี่ยน
เส้นทางการส่งกำลังและจากข้อต่อ
เทอร์ไบน์รันเนอร์กับฝาครอบด้านหน้า
โดยตรง

ปั๊มน้ำมัน
ปั๊มน้ำมันจะขับตามทอร์คคอนเวอร์เตอร์
เพื่อจ่ายแรงดันไฮดรอลิคที่ใช้ในการทำงาน
ให้กับเกียร์อัตโนมัติ

ชุดแพลนเนตตารี่เกียร์
ชุดแพลนเนตตารีเกียร์นี้จะหมุนรอบเฟือง
ในเกียร์อัตโนมัติ โดยใช้แรงดันไฮดรอลิค
ในการล็อคเฟืองหนึ่งในสาม (เฟืองพีเนียน
ซันเกียร์ หรือ ริงเกียร์)ให้อยู่กับที่เพื่อสร้าง
ให้เกิดสภาวะที่ต้องการดังต่อไปนี้:
การลดความเร็ว, ไดเร็กคัปปลิ้ง
และการเลื่อนถอยกลับ

ETCS-i (ระบบควบคุมลิ้นเร่ง อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ)

ETCS-i (ระบบควบคุมลิ้นเร่ง
อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ)
ETCS-i จะเปลี่ยนการทำงานของแป้น
เหยียบคันเร่งเป็นสัญญาณทางไฟฟ้า
โดยใช้ ECU (Electronic Control Unit)
เป็นตัวควบคุมการเปิดปิดของลิ้นเร่งโดย
มอเตอร์ ซึ่งจะสอดคล้องกับสภาพการขับขี่
ดังนั้น จะไม่มีสายลิ้นเร่งเชื่อมต่อแป้น
เหยียบคันเร่งกับลิ้นเร่ง
มอเตอร์ควบคุมลิ้นเร่ง
ลิ้นเร่ง
ตัวตรวจจับตำแหน่งแป้นเหยียบคันเร่ง
ตัวตรวจจับตำแหน่งลิ้นเร่ง

เทอร์โบชาร์จเจอร์

เทอร์โบชาร์จเจอร์
เทอร์โบชาร์จเจอร์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการ
อัดอากาศ โดยใช้พลังงานจากแก๊สไอเสีย
เพื่อทำการส่งอากาศที่มีความหนาแน่นสูง
เข้าไปในห้องเผาไหม้เพื่อเพิ่มกำลังงาน
เมื่อล้อเทอร์ไบน์หมุนเนื่องมาจากกำลัง
งานที่ได้มาจากแก๊สไอเสีย ล้ออัดอากาศจะ
หมุนด้วยเนื่องจากเพลาที่ต่อกับล้อ
เทอร์ไบน์ โดยล้ออากาศจะทำหน้าที่อัด
อากาศเข้าไปในเครื่องยนต์
อุปกรณ์อีกอย่างเรียกว่า “ซุปเปอร์ชาร์จ”
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการอัดอากาศเช่นเดียว
กับเทอร์โบชาร์จ แต่ชุดอัดอากาศจะรับ
กำลังงานจากเครื่องยนต์โดยผ่านสายพาน
เพื่อทำการอัดอากาศเข้าเครื่องยนต์

ระบบ VVT-i (Variable Valve Timingintelligent)

ระบบ VVT-i (Variable Valve Timingintelligent)
ระบบ VVT-i ใช้คอมพิวเตอร์ในการควบคุม
จังหวะการเปิดและปิดวาล์วไอดีให้
เหมาะสมกับสภาพเครื่องยนต์
ระบบนี้ใช้แรงดันไฮดรอลิคผันแปรจังหวะ
เวลาในการเปิดและปิดของวาล์วไอดี
เป็นผลให้การประจุไอดีมีประสิทธิภาพ,
แรงบิด, กำลังงานที่ได้, ประหยัดน้ำมัน
เชื้อเพลิงและแก๊สไอเสียที่สะอาด
นอกจากระบบ VVT- i แล้วยังมีระบบ
VVTL- i (Variable Valve Timing and Lift-
Intelligent) อีกด้วย ซึ่งระบบนี้จะเพิ่ม
ระยะยกของวาล์วและปรับปรุง
ประสิทธิภาพการประจุอากาศในระหว่าง
ความเร็วรอบสูง
(3/3)
ระ

การเลือกรถมือสองในมุมมองของผม โดย อาจณรงค์ เศรษฐีสมบัติ copy

การเลือกรถมือสองในมุมมองของผม                                                                                                               โดย อาจณรงค์ เศรษฐีสมบัติ

ขอเรียนทุกท่านไว้ก่อนนะครับว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงประสบการณ์ของผมเท่านั้นผมอาจจะตั้งกฎเกณท์ไว้ค่อนข้าง สูงและคิดเสมอว่ารถไม่ได้มีคันเดียวต้องหาที่ดีที่สุดถ้าสงสัยคือหยุดทันที ไปหาใหม่เพราะเป็นความหวังและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่มีต่อผมและผมจะดู ตามความคิดของผมและให้ผู้ซื้อเป็นคนคุยกับคนขายและผมจะไม่พูดหรือตอบคำถาม ใดๆทั้งสิ้นให้ดูเหมือนพวกรับจ้างดูรถทั่วๆไปและผมจะให้ผู้ซื้อเลือก ไว้2หรือ3คันซึ่งผมจะไล่ดูตามลำดับ เมื่อก่อนผมเคยรับดูรถมือสองโดยไม่คิดค่าตอบแทน(ตามแต่จะให้ส่วนใหญ่ก็จะ เป็นข้างหนึ่งมื้อ)แต่ก็จำไม่ได้ว่าดูไปทั้งหมดกี่คัน อันนี้ของฟรีใครๆก็ชอบตอนหลังอยากทำเป็นอาชีพเหมือนกันแต่เนื่องจากฟรีมา ตั้งแต่ต้นก็เลยลำบากใจสุดท้ายก็ดูให้เฉพาะที่ขับมาให้ดูที่บ้านเท่านั้น (((อาจณรงค์ เศรษฐีสมบัติ))) —-กันcopy

–        เมื่อผมเดินทางไปถึงสถานที่ที่รถคันที่เขาจะให้ดูให้จอดอยู่ผมก็จะเริ่มดู จากสภาพภายนอกก่อนโดยเคาะตัวถังรอบๆรถว่าเป็นเสียงของเหล็ก(เสียงแก๊งๆ ใสๆ)หรือว่าเป็นเสียงทึบๆ(ปุ๊คๆ)ของสีโป๊วถ้าเป็นจุดที่ไม่สำคัญและบริเวณ ไม่กว้างเช่นแก้ม ด้านข้าง ด้านท้ายหรือประตูก็ถือว่ายังยอมรับได้(อันนี้เป็นเรื่องปกติการที่จะไม่ เฉี่ยวไม่ชนเลยเป็นไปได้ยากมาก)แต่ถ้าเจอด้านข้างหรือด้านหน้าเป็นหรือด้าน ท้ายหรือหลังคาที่เป็นบริเวณกว้างผมก็จะไม่สนใจรถคันนั้นทันที

–        ถ้ายอมรับได้ก็จะมาดูเรื่องสีรถว่ามีสภาพเรียบร้อยแค่ไหน ชนิดของสีที่ใช้ที่ใช้ต่างกันหรือไม่(สีธรรมดา-ลูไซด์-สีเกร็ด)มีตรงไหนที่ พื้นสีเข้ม-ซีดแตกต่างกันโดยจะเน้นไปที่สีของฝากระโปรงเทียบกับแก้มทั้งสอง ข้างถ้าสีไม่เหมือนกันแสดงว่ามีการทำสีมา(อาจจะจากการชนหรือไม่ก็ได้)จาก นั้นจะนำทั้งหมดไปเทียบกับหลังคาและฝาท้ายแต่จะเน้นที่หลังคาเพราะ ถ้าหลังคาถูกทำสีที่เกิดจากการชนคือการชนที่รุนแรงมากหรือคว่ำมาไม่น่าคบ แน่ๆอันนี้จะดูที่ขอบยางของกระจกหน้าและกระจกหลังถ้าทำสีมาสีจะแตกตรงมุมขอบ ให้เห็น ดูความสม่ำเสมอของขอบประตูด้านบน-ล่างว่ามีเอียงหรือบิดหรือต่ำๆสูงๆหรือไม่ ทั้งสี่บานถ้าพบตรงจุดนี้ก็จะหยุดเช่นกันยิ่งถ้าเจอประเภทสาดสีมาทั้งคันผม จะไม่สนใจรถคันนั้นเลย

–        ถ้าผ่านจุดนี้ผมก็จะเปิดดูที่ห้องโดยสารผมจะเปิดพื้นให้ถึงพรมชั้นล่างสุด โดยเฉพาะตรงที่พักเท้าด้าหน้าทั้งสองข้าง(ข้างหลังไม่เน้นมาก)และจะดมดูจะ ต้องไม่มีกลิ่นอับของความชื้นเหมือนซักผ้าตากไว้ในร่มเพราถ้ามีเป็นไปได้ว่า ระบบแอร์รั่ว-มีการผุของเหล็กที่ผนังกั้นห้องโดยสารกับห้องเครื่อง-มีการ รื้อหรือยกเครื่องออกจากตัวรถแล้วประกอบไม่ดีจนมีน้ำรั่วเข้ามาได้(อาจจะ ซ่อมหรือชนมา)เชื่อไหมบางคันเจอน้ำใต้พรมเลยก็มี ถ้าเจอก็หยุดเช่นกันอันนี้ไม่มีข้อแม้

–        ถ้าผ่านก็จะดูขอบกระจกหน้า(ดูจากข้างใน)อาจจะต้องถอดขอบออกถ้าเป็นกระจกจาก โรงงานจะต้องไม่มีเศษซิลิโคนให้เห็นและขอบทุกด้านต้องแนบสนิท(ถ้าเป็นรถรุ่น ใหม่ๆจะดูที่ยี่ห้อทุกบานต้องยี่ห้อเดียวกัน)ถ้ามีเศษซิลิโคนหรือกระจกแนบ ข้างแต่อีกข้างโด่งอันนี้ก็แสดงว่าเคยเปลี่ยนกระจกหน้ามา(ไม่ว่าด้วยเหตูใด ก็ตาม)ผมก็จะหยุดเช่นกัน

–        ถ้าผ่านก็ดูต่อคราวนี้ก็บิดสวิทช์กุญแจดูสัญญานเตือนต่างๆต้องติดครบแล้วก็ สตาร์ทเครื่องดูสัญญานเตือนทุกตัวต้องทำงานตามปกติถ้าไม่ก็ดูอีกทีว่ารับได้ หรือเปล่า(เช่นรูปแบตเตอรี่อาจเป็นไปได้ถ้ารถจอดนานจนแบตหมดก็จะเก็บความ สงสัยไว้ก่อน)จากนั้นก็จะเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีในรถทั้งหมดตัวไหนทำงานไม่ทำ งานก็จำไว้และจะค้างไฟหน้าไว้ที่ไฟสูงเปิดแอร์แรงสุด แล้วค่อยเปิดกระโปรงหน้า (((อาจณรงค์ เศรษฐีสมบัติ))) —-กันcopy

–        มาดูที่ห้องเครื่องในส่วนนี้ค่อนข้างเน้นมากถ้าเจอตรงไหนจะหยุดทันทีอันแรก ก็เปิดฝาหม้อน้ำทิ้งไว้(บางรุ่นไม่มีก็เปิดที่พักน้ำแทน)จากนั้นก็เริ่มฟัง เสียงและใช้มือกับที่ตัวเครื่องดูการสั่นเสทือนที่จะบอกถึงความเรียบของ เคื่องยนต์ในรอบเดินเบาต้องไม่มีการกระตุก การสั่นต้องต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ(ไม่ใช่สั่นบ้างหยุดบ้าง) ฟังเสียงสายพาน-ลูกรอก-พัดลมต้องไม่ส่งเสียงเจี้ยวจ้าวเกินพอดี ดูขอบห้องเครื่องด้านหน้า-ซ้าย-ขวาต้องมีร่องรอยของจุดสป็อตของการอาร์ค ไฟฟ้าที่ใช้ในการประกอบ(เป็นหลุมที่มีระยะห่างเท่าๆกันถ้ามีการชนสีโป๊วจะ อุดรอยพวกนี้เป็นเรียบหมด) (((อาจณรงค์ เศรษฐีสมบัติ))) —-กันcopy

–        จากนั้นก็จะดูชุดโคมไฟหน้าว่าเรียบเสมอกับกับไฟเลี้ยวหรือเปล่ามีการปรับ เอียงไว้หรือไม่ถ้าเอียงก็ปรับให้ตรงและเสมอเป็นปกติซะแล้วเดินไปด้านหน้า ห่างจากรถประมาณ 10-15เมตรแล้วหันมาดูไฟหน้ารถ(ที่ผมเปิดทิ้งไว้ที่ไฟสูง)สังเกตุไฟทั้งสอง ข้างจะต้องมีความสูงที่ใกล้เคียงกันถ้าสูงข้างต่ำข้าง(อันนี้ก็เหมือน ตอนกลางคืนที่บางครั้งเราขับสวนคันอื่นไฟข้างนึงสูงอีกข้างนึงต่ำ)แต่ผมได้ ปรับโคมให้เสมอกันแล้วอันนี้ร้อยทั้งร้อยบอกได้เลยชนด้านหน้าหรือเฉียงๆข้าง ใดข้างหนึ่งมาหลีกให้ห่าง (((อาจณรงค์ เศรษฐีสมบัติ))) —-กันcopy

–        ถ้าผ่านก็กลับมาที่รถดึงสายคันเร่งๆเครื่องดูว่าเร่งดีหรือไม่ต้องไม่มี สดุดหรือสำรักน้ำมันและเสียงแขกของวาล์ว(แก๊กๆ)ต้องไม่ดังจนน่าเกลียด ตอนนี้เครื่องร้อนแล้วก็จะมาดูน้ำหม้อน้ำหรือหม้อพัก(ที่เปิดฝาทิ้งไว้แต่ที แรก)การไหลวนต้องไม่มีฟองอากาศ(ยิ่งเร่งเครื่องฟองยิ่งใหญ่ขึ้น)ถ้ามีแสดง ว่าเครื่องเคยโอเวอร์ฮีตมาจนฝาสูบโก่งไม่ควรคบ ถ้าผ่านก็จะก้มดูด้านล่างว่ามีน้ำแอร์หยดอย่างสม่ำเสมอดี(ถ้าไม่มีหยดเลยก็ ไม่เอา)และต้องไม่มีอย่างอื่นหยดนอกจากน้ำแอร์จากนั้นก็ไปปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่เปิดไว้แล้วดับเครื่องที่สำคัญคือระหว่างที่เช็คอยู่ถ้าคนขายไปดับ เครื่องผมก็จะไม่ดูต่อเช่นกัน(แสดงว่าต้องการปกปิดบางอย่าง)แล้วก็มาดูรอย รั่วของน้ำตามท่อน้ำหรือน้ำมันในระบบว่ามีใหม่ๆออกมาตรงไหนบ้าง(อันนี้พอรับ ได้บ้างแต่เก็บข้อมูลไว้)ดูตามจุดประกบต่างๆเช่นฝาครอบวาล์ว-เครื่อง-หัว เกียร์ว่ามีร่องรอยของสารซีลป้องกันรั่วหรืไม่(สีส้มหรือสีขาว)ถ้ามีก็แสดง ว่าจุดนั้นๆมีการถอดซ่อมมาแล้ว(เก็บเป็นข้อมูลไว้)รอซักพักแล้วก็มุดดูพวก ลูกยางกันฝุ่น-กันโคลง-ยางหุ้มเร็คพวงมาลัยว่ามีจุดไหนชำรุดเสียหายหรือ จาระบีรั่วหมดบ้าง(พอรับได้ก็เก็บข้อมูลไว้)จากนั้นก็ปิดฝาหม้อน้ำหรือหม้อ พักเช็คระดับของเหลวทุกอย่างเช็คการยุบตัวของโช้คต้องไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป และต้องไม่มีเสียงกระทบกันของเหล็ก(เก็บข้อมูลไว้) จากนั้นก็ทดลองขับ(ถ้าไม่ให้ลองขับก็หยุดเช่นกัน)ดูความสม่ำเสมอของอัตรา เร่งต้องไม่กระตุก รอบเครื่องกับความเร็วต้องสัมพันธ์กันไม่ใช่รอบสูงแล้วแต่รถไม่วิ่งก็ใช้ไม่ ได้ พยามหาถนนที่โล่งอัดและลากเกียร์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ที่ดีที่สุดคือ ต้องไม่มีการสดุดของเครื่องเลยและการสับเปลี่ยนเกียร์(ธรรมดา)จะต้องลื่น เข้าง่ายไม่มีเสียงโครกครากให้ได้ยินอันหมายถึงความเสื่อมสภาพของครัทช์หรือ ครัทช์ที่เคยไหม้มาก่อน จากนั้นก็รักษาความเร็วไว้ที่100-120แล้วเบรคแรงๆที่ดีต้องไม่มีเสียงเอี๊ยด อ๊าด-อาการปัด-พวงมาลัยสั่น-รถสั่นทั้งคันต้องไม่มีให้เห็นถ้าเล็กน้อยก็ไม่ เป็นไรพอรับได้(เก็บข้อมูลไว้) ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็จะเบรคจนรถหยุดเลยเครื่องต้องไม่ดับด้วยจากนั้นผมก็จะ เลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันหาที่โล่งหมุนพวงมาลัยซ้าย-ขวาสุด(ทีละด้าน)แล้วเร่ง เครื่องออกตัวแรงๆต้องไม่มีเสียงก๊อกๆแก๊กๆของเพลาหรือลูกหมาก(ถ้ามีก็เก็บ ข้อมูลไว้) (((อาจณรงค์ เศรษฐีสมบัติ))) —-กันcopy
ตลอกเวลาที่ลองขับ ที่หน้าปัดต้องไม่มีสัญญานอะไรกระพริบขึ้นมาและเกร์ความร้อนต้องนิ่งประมาณ กลางๆ(หรือที่ใดที่หนึ่ง)โดยไม่เลื่อนขึ้นลงจึงจะถือว่าเยี่ยม เมื่อออกจากปั๊มมาก็จะมองหาหมู่บ้านจัดสรรเจอปุ๊บก็เลี้ยวเข้าไปเลยหาช่อง ที่มีเนินปูนต์กันรถวิ่งเร็วหรือแมงกะไซค์แล้วจะอัดประมาณ60ลุยทดสอบช่วง ล่างซัก2-3จุดเพื่อทดสอบช่วงล่างจะต้องไม่มีเสียงดังของเหล็กกระทบกันให้ได้ ยินแต่ถ้าเป็นเสียงทึบๆของโช้คหรือสปริงก็ปกติ ในระหว่างการทดลองขับ(ผมจะไปกับผู้ขายเท่านั้นให้ผู้ซื้อคอยที่เต็นท์หรือ ที่บ้านของผู้ขาย)ถ้ามีการเสนอเงินให้ผมเพื่อให้เชียร์รถของเขาจนขาย ได้(เพราะเขาคิดว่าผมเป็นพวกรับจ้างดูรถทั่วๆไป)ผมก็จะเลิกสนใจรถคันนั้น ทันทีเช่นกัน(เคยมีเสนอให้ต่ำสุด5พันและสูงสุด2หมื่น) จากนั้นก็เอารถไปคืนแล้วลงจากรถมาดูสภาพของยางว่าจะยังสามารถใช้งานต่อไปได้ มากน้อยเพียงใด(เพื่อเป็นข้อมูล)ถ้ายางมีกลิ่นเหม็นไหม้หนือสึกแบบดำอย่าง เห็นได้ชัดและกดดูที่ดอกแข็งๆ(ทั้งที่ยังร้อนอยู่)แสดงว่าหมดสภาพเพราะถึง แม้จะไปเซาะร่องยางมาการวิ่งดังกล่าวจะแสดงผลทันที จากนั้นก็กลับออกไปดูคันที่สองและที่สามตามลำดับ(บอกว่าขอเวลาคิดก่อนอย่า หลงกลวางเงินมัดจำโดยเด็ดขาดขายได้ก็ให้เขาขายไป)เมื่อครบแล้วก็กลับ บ้าน(อันนี้ผมกลับจริงๆนะครับ)แล้วก็มาสรุปให้ผู้ซื้อฟังว่าแต่ละคันเป็น อย่างไร ซื้อมาต้องซ่อมอะไร ใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คันไหนน่าสนใจที่สุดตามลำดับหนึ่งสองสามแล้วให้ผู้ ซื้อไปตัดสินใจและไปต่อรองราคากันเอาเองผมไม่เกี่ยว(แต่ทุกคันที่ผมไปดูให้ ผมรับประกันซ่อมให้ด้วยตลอดอายุการใช้งานและผมจะให้เครดิตกับเต็นท์ที่มีการ รับประกันหลังการขายเป็นลายลักษณ์อักษรสูงกว่าเต็นท์ทั่วๆไป) และขอย้ำว่าการดูรถบ้านสำหรับผมจะใช้วิธีการโทรถามสถานที่หรือเลขที่บ้าน ก่อนแต่จะนัดดูรถในอีก5-7วันหรืออาจจะยังไม่นัดเลยจากนั้นผมจะไปหาบ้านหรือ สถานที่ดังกล่าวจนเจอแล้วจะซุ่มดูอยู่1-2วันต้องขับตามดูการใช้งานและสภาพ ที่พอดูได้จากระยะไกลด้วยผมจะเลือกเฉพาะรถที่มีการใช้งานอยู่เท่านั้น ถ้าเจอแบบคลุมผ้าหรือจอดทิ้งไว้ก็ไม่เอาครับหรือบางทีขับตามไปเจอเลี้ยวเข้า อู่อันนี้ก็ไม่เอา หาบ้านไม่เจอก็ไม่เอา นัดนอกสถานที่ก็ไม่เอา ยิ่งเป็นเบอร์บ้านยิ่งเช็คง่ายถาม 13(เดี๋ยวนี้เป็น 1133 แล้ว)ถามหาชื่อเจ้าของบ้านของเบอร์นั้นๆว่าตรงกับเจ้าของรถหรือไม่บางทีก็ ไม่ตรงกันก็ไม่เอา(อาจจะมีเต็นท์มาเช่าหน้าบ้านขาย) ดังนั้นการดูรถบ้านสำหรับผมแล้วจะยากกว่าการดูรถเต็นท์ครับเพราะดูได้แค่ อาทิตย์ละไม่เกิน 2 คันทั้งหมดที่เล่ามาเป็นเพียงคร่าวๆ(แค่นี้ก็ยาวมากแล้ว)ยังมีรายละเอียดปรี กย่อยอีกมากพอดูเหมือนกันครับแต่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ขอย้ำอีกครั้งว่ามัน เป็นกฏที่ผมสร้างขึ้นมาเองอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ครับไม่จำเป็นต้องเชื่อครับ เพราะ ปล.เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวครับ

บทเรียนสอนเรา นโบายเพื่มเติม

แม้เราไม่ได้บวกกำไรจากลูกค้า ซักเม่าไหร่แต่ถ้าของเราสั่งถูกกินหัวคิวมันก็คงแพงสำหรับลูกค้าอยู่ดี ต่อไปต้อง direct buy

เพื่อลดต้นทุนให้ลูกค้า

อีกอย่างแม้เราจะรวมเวลาทำงานแล้วแต่ควรใช้เวลาแบบมาตร และแตกแจงให้เขาทราบ

bmw318 e46 ไฟโชร์ว 3ดวง

รถbmw วิ่งเค่เกียร์ สาม แอร์ไม่เย็น จากไฟฟ้าขัดข้อง กล่อง acs เสีย วินิจด้วยคอมพิวเตอร์ รู้ปัณาได้เหมือนศูนย์

ตัวปัณหาเสียบ่อยในรุ่น นี้ สาเหตุเกิดจากไดชาร์จ  ให้ไฟสูงไปเลยพัง

osiloscop

บางครั้ง เครื่อง หรืออุปกรณ์ก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้ จึงต้องใช้สติปัญาและเครื่อง oscilloscop หาปัญหากันทีละจุด

อู่ Dr-Car ร้อยเอ็ด ซ่อมรถ Benz BMW Mini porsche volvo ซ่อม เกียร์ โดยทีมงานวิศวกร ตรวจเช็คด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Star Xentry ISTA ICOM CarSoft ทันสมัยและครบที่สุด วิเคราะห์แม่นยำ ซ่อมตรงจุด งานโมดิฟายด์ แก๊ส LPG gas เปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่อง ลบ service break srs บริหารงานโดย น.พ. ธงชัย เสรีรัตน์ โทร. 0943642425